เครื่องรางนำโชคของล้านนา มีอะไรบ้างมาดูกันดีกว่า

แก้วพิรุณแสนห่า

แก้วพิรุณฝนแสนห่า เป็นแก้วที่สวยงามมาก มีลวดลายเหมือนริ้วสายฝน มองเห็นในเนื้อแก้วอย่างชัดเจน

ชื่อว่า แก้วพิรุณ จึงเป็นที่มาจากริ้วลายเหล่านี้ ที่อาจจะมองเห็นเป็นเส้นตรง หรือพลิ้วเอนไหว อ่อนช้อยเหมือนสายฝนปลิวจริงๆ

จัดอยู่ในกลุ่มของแก้วหายาก มีราคาสูง

ยิ่งมองเห็นริ้วลายสายฝนชัด ยิ่งเป็นที่ต้องการของผู้สะสมแก้วโป่งข่าม

ความเชื่อเกี่ยวกับแก้วพิรุณฝนแสนห่า กล่าวว่า จะช่วยเสริมชะตาเจ้าของให้ทำมาค้าขึ้น เรียกลูกค้า เรียกทรัพย์ มีความร่มรื่นชื่นเย็นในชีวิตความเป็นอยู่ และมีพลังคุ้มครองเจ้าของให้แคล้วคลาดภยันตราย

เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการสะสมไว้เป็นเครื่องรางนำโชคประจำตัว ประจำร้าน หรืออยู่ในอาชีพทำมาค้าขายต่างๆ

แก้วขนเหล็ก

คือแก้วที่มีเส้นแร่ปรากฏอยู่ข้างใน ขนาดเท่าเส้นผม บางคติเชื่อว่าเส้นสีดำนี้คือ เหล็กไหล

แก้วขนเหล็กนั้น ค่อนข้างหาได้ยาก ด้วยถือว่ามีคุณในการคุ้มครองเวลาเดินทาง ช่วยให้แคล้วคลาดปลอดภัย และส่งเสริมหน้าที่การงาน ให้โชคลาภ

โดยทั่วไป แก้วขนเหล็ก นิยมใช้เป็นเครื่องรางของขลังในกลุ่มผู้ชาย โดยเฉพาะคนในเครื่องแบบ ทหาร ตำรวจ หรือผู้ที่ต้องมีอาชีพเสี่ยงภัยต่างๆ แต่ความจริงแล้ว แก้วขนเหล็ก ถือว่าเป็นแก้วให้คุณกับทุกเพศ ทุกวัย และเพศหญิงก็สวมใส่ได้

“แก้วขนเหล็ก จะปกป้องคุ้มครองเจ้าของทันทีเมื่อครอบครอง และหากคุณโดนคุณไสย แก้วขนเหล็กจะสะท้อนกลับไปยังผู้เล่นมนต์ดำทันที ทำให้ผู้ครองแก้วรอดปลอดภัย”

นั่นคือหนึ่งในความเชื่อที่บอกกล่าวเล่าต่อกันมาแต่โบราณ ถึงคุณสมบัติที่เลื่องลือของแก้วขนเหล็ก หนึ่งในแก้วโป่งข่ามที่มีเส้นแร่คล้ายเส้นผมคน หรือคล้ายขนสัตว์ฝังอยู่ภายในตัวแก้ว

เส้นสีดำเหล่านั้น คือเส้นแร่ที่อุบัติขึ้นโดยธรรมชาติ ปรากฏอยู่ข้างในผลึกแก้ว ขนาดเท่าเส้นผม บางคติเชื่อว่าเส้นสีดำนี้คือ เหล็กไหล

แร่สีดำที่ว่านี้ ยังเชื่ออีกว่าเป็นสีที่พระแม่ธรณีโปรดปราน ด้วยเป็นสีที่เป็นที่สุดคือไม่สามารถมีสีอื่นใดปรากฏขึ้นมาปะปนได้ภายหลัง ถือเป็นสีแห่งความอมตะ เป็นสีแรกของการกำเนิดโลก และสีที่ใช้บ่งบอกความดีความชั่ว ทั้งเป็นสีเดียวกับผืนดินที่เป็นฐานรองรับสรรพสิ่งบนโลกนี้อีกด้วย

แก้วขนเหล็กมีทั้งแบบน้ำใส ซึ่งเรียกกันว่า “แก้วตัวผู้” มีสีขาวใสจนเห็นเส้นขนชัดเจน และแบบน้ำตัน เรียกว่า “แก้วตัวเมีย” มีลักษณะสีขาวขุ่น คล้ายน้ำนมผสมภายใน แต่ทรงอานุภาพเท่ากัน

และกล่าวว่าหากทั้งสองชนิดได้อาศัยอยู่ด้วยกัน จะยิ่งส่งเสริมกันและกันมาก โดยเชื่อว่าจะเพิ่มพูนพลังแก่ผู้ครอบครอง ได้รับพลังที่จะก่อให้เกิดความเจริญรุ่งเรือง ความแข็งแกร่ง ปลอดภัย

 

แก้วปวก

“ปวก” เป็นคำเมือง หรือภาษาเหนือโบราณ หมายถึงสิ่งที่เป็นฟอง สิ่งที่ฟูขึ้นจากน้ำ หรือมีลักษณะเป็นฟองละเอียดเกาะกลุ่มกันขึ้นมา แก้วที่มีลักษณะดังกล่าว จึงได้ชื่อว่า

แก้วปวกมีหลายวรรณะ (สี) เรียกชื่อตามลักษณะ เช่น ปวกเขียว, ปวกแดง, ปวกชมพู, ปวกเงิน, ปวกครั่ง, ปวกลอย, ปวกทราย ฯลฯ

คุณสมบัติตามความเชื่อ ถือว่าให้คุณในการทำมาค้าขาย เสน่ห์เมตตามหานิยม สำหรับเวลาไปติดต่อประสานงาน ทำให้ดำเนินการต่างๆ ราบรื่น แคล้วคลาดภยันตราย

 

แก้วปวกครั่ง

เป็นแก้วที่หาได้ยากทีเดียวค่ะ เนื่องจากลักษณะสีและฟูปวกข้างใน ที่มีสีม่วงเรื่อๆ เป็นม่วงอมชมพู ซึ่งเข้มอ่อนได้ตามการหักเหของแสง

แก้วปวกนั้น จัดว่าให้คุณในด้านเมตตามหานิยม สำหรับผู้ทำมาค้าขาย สวมใส่เวลาออกไปติดต่อประสานงาน พบปะผู้คน หรือเกื้อหนุนเจ้าของให้ประสบความราบรื่นในด้านต่างๆ

 

แก้ววรรณสาม

คือ แก้วสามกษัตริย์ที่เกิดจากการสหชาติ ของแก้วประเภทปวก หรือกาบ ซึ่งอยู่ในสกุลเดียวกัน แต่ต่างวรรณะกัน เช่น ประกอบด้วยปวกเขียว, ปวกทอง, ปวกแดง หรือ กาบเงิน กาบทอง กาบแดง เป็นต้น

โดยการจำแนกแก้วสามกษัตริย์ หลักๆ แบ่งเป็น 2 แบบ คือ แก้วสามกษัตริย์วรรณสาม และแก้วสามกษัตริย์สหชาติ อันหมายถึงการรวมกันของแก้วต่างสกุลกัน เช่น แก้วปวก, แก้วขนเหล็ก, แก้วเข้าแก้ว เป็นต้น ซึ่งจะเป็นแก้วสามกษัตริย์ที่หายาก และมีค่าสูง





แก้วสามกษัตริย์

แก้วสามกษัตริย์ หมายถึง แก้วที่เกิดจากการรวมกันของแก้วต่างสกุลในผลึกเดียว เช่น แก้วปวก แก้วทราย แก้วขนเหล็ก เป็นต้น ถือว่าเป็นแก้วที่รวมเอาสิ่งเป็นมงคลไว้ด้วยกัน มีคุณในการเสริมชะตาบารมี ให้โชคลาภ บันดาลความเจริญรุ่งเรืองแก่ผู้ถือครอง

ในตำราเก่ากล่าวว่า “แก้วสามกษัตริย์ ได้แก่แก้วที่มีกำเนิดสามอย่างในแก้ว เช่น มีแก้วเข้าแร่ หรือร่วมกับแก้วเข้าแก้ว รวมเป็น 3 อย่าง เรียกชื่อตามสิ่งที่ปรากฏอยู่เช่น แก้วสามกษัตริย์ปวก กาบ ขนเหล็ก, แก้วสามกษัตริย์ แก้วเข้าแก้ว กาบ เป๊ก ฯลฯ”

แก้วสามกษัตริย์ เป็นแก้วซึ่งนับว่าเป็นที่ต้องการสูง เนื่องจากใช้ได้กับทุกวันเกิด ทุกราศี และรวมเอาคุณของแก้วต่างๆ ไว้ด้วยกัน เป็นพลังทวีคูณที่จะส่งเสริมในแก้วดวงนั้น

การจำแนกแก้วสามกษัตริย์ หลักๆ จะมีแบ่งเป็น 2 แบบ คือ แก้วสามกษัตริย์ ที่เกิดจากการสหชาติ (รวม) ของแก้วต่างสกุลกัน เช่น แก้วปวก, แก้วขนเหล็ก, แก้วเข้าแก้ว เป็นต้น ซึ่งจะเป็นแก้วสามกษัตริย์ที่หายาก และมีค่าสูง

อีกประเภทหนึ่ง คือแก้วสามกษัตริย์ที่เกิดจากการสหชาติ ของแก้วประเภทปวก หรือกาบ ซึ่งอยู่ในสกุลเดียวกัน แต่ต่างวรรณะกัน เช่น ประกอบด้วยปวกเขียว, ปวกทอง, ปวกแดง หรือ กาบเงิน กาบทอง กาบแดง เป็นต้น

 

แก้วหมอกมุงเมือง

แก้วหมอกมุงเมือง เป็นแก้วที่มีลักษณะคล้ายซ่อนหมอกเอาไว้ภายใน คือมีลายเกิดขึ้นในแก้ว อาจเป็นสีขาวบางๆ ขาวขุ่น สีขาวเหมือนเมฆ เหมือนควันไฟ หรือมีสีออกเทา ฟ้าอ่อน อมฟ้าอมเทาก็ได้

เชื่อกันว่า ใครได้เป็นเจ้าของแก้วหมอกมุงเมือง จะมีความร่มเย็นในชีวิตจิตใจ ป้องกันภยันตราย เรื่องร้อนอกร้อนใจ

แก้วหมอกมุงเมือง ยังใช้ในการทำสมาธิ สำหรับผู้ต้องการฝึกจิตใจให้เข้าสู่ความสงบและผ่อนคลาย

แก้วหมอกมุงเมือง

ใช้ได้กับคนทุกวัน ทุกราศี แต่เหมาะพิเศษสำหรับราศีตุลย์ ราศีมีน ราศีพิจิก ราศีกุมภ์ ราศีพฤษภ ราศีกรกฎ ราศีมังกร คนเกิดวันจันทร์ และวันเสาร์ พุธกลางคืนด้วย

 

แก้วจอมขวัญ หรือแก้วนางขวัญ

แก้วจอมขวัญ หรือแก้วนางขวัญ เป็นแก้วที่หาได้ยากทีเดียวค่ะ มีสีม่วงเข้มอ่อนได้หลายระดับ ยิ่งสะท้อนกับแสง จะเห็นผลึกสีม่วงสวยงามชัดเจน

กล่าวว่า แก้วจอมขวัญ ให้คุณทางจิตใจ การระงับความฟุ้งซ่าน บรรเทาความเจ็บปวดในจิตใต้สำนึก และเสริมเสน่ห์เมตตามหานิยม ให้โชคทางความรัก การพบคู่ครอง หรือมีคู่ที่เหมาะสม รวมไปถึงความเจริญรุ่งเรือง เกียรติยศชื่อเสียง

แก้วจอมขวัญ ยังถือเป็นแก้วที่อานุภาพในการปกป้องเจ้าของ ให้พ้นจากมนต์ดำอาถรรพ์ต่างๆ ตำนานยังสืบทอดว่า แต่โบราณมาแล้ว เป็นแก้วที่นิยมถวายบูชาสักการะพระบรมสารีริกธาตุ

 

แก้ววิตูลสีน้ำผึ้ง

แก้ววิตูลสีน้ำผึ้ง มีลักษณะสีเหลืองขุ่น หรือเหลืองอมส้ม อาจเป็นสีเดียวกันตลอดเม็ด หรือมีลายริ้วๆ เป็นวง แซมสีเทา สีขาวก็มี

เมื่อสะท้อนแสงไฟ แก้ววิตูลจะดูมีสีจัดขึ้น กล่าวกันว่า แก้ววิตูลให้คุณในทางสิริมงคล ร่มเย็น การติดต่อและการซื้อขาย โชคลาภและความแคล้วคลาดปลอดภัย

แก้วแร / แก้วฟ้าแร

สำหรับแก้วแรนั้น คำเมืองออกเสียงว่า “แก้วแล” ซึ่งหมายถึงการแรเงา หรือเห็นเงาเหลือบระแรอยู่ในเนื้อแก้ว

กล่าวว่า “แก้วแร” ส่งเสริมการทำมาค้าขาย ธุรกิจติดต่อ การจุดประกายความคิดสร้างสรรค์อันเป็นที่มาของทรัพย์และลาภผล

มีตำนานความเชื่อว่า ผู้ได้เป็นเจ้าของแก้วแร จะมีญาณทัศนะลึกซึ้งเกิดขึ้น ในการแสวงหาช่องทางต่างๆ รวมถึงการให้คุณทางศิลปะ การกระตุ้นจินตนาการ และได้ทรัพย์จากสิ่งที่ตนคิดตนสร้าง

ลักษณะของแก้วแร
”แก้วแร” ซึ่ง ในภาษาถิ่น ออกเสียงว่า “แก้วแล” มีความหมายถึง “ประกายแรที่เกิดจากวาวแก้ว บนเนื้อแก้ว

มองไปที่บนหลังแก้ว จะมีประกายที่พาดติดหน้าแก้ว ดูเหมือนจะกลิ้งกลอกไปมาได้ บางเม็ด มีลักษณะเหมือนตาแมว คือเป็นจุดเฉดสีที่แตกต่าง (ถ่ายภาพยากมากค่ะ จะมองได้ยาก ต้องมองจากของจริงเท่านั้น)

แก้วกาบ, แก้วกาบทอง, แก้วกาบเงิน

สำหรับแก้วกาบ มีบันทึกไว้ค่ะว่า ” แก้วกาบ เป็นแก้วที่มีแก้วหรือแร่ประกอบอยู่ภายใน ในลักษณะที่เป็นแผ่นบาง ๆ ซึ่งอาจจะมีสีเป็นสีทองหรือน้ำตาล ซึ่งเรียกว่า “กาบทอง” หรือมีสีขุ่นเรียกว่า “กาบเงิน” ในบางครั้งอาจจะพบว่าเป็นแก้วใส ๆ ไม่มีสี ประกอบเป็นแผ่นบาง ๆ อยู่ภายใน

เชื่อกันว่า แก้วกาบเป็นแก้วที่ให้คุณแก่ผู้ถือครอง ทางด้านหน้าที่การงาน, ยศและตำแหน่ง รวมไปถึงการร่ำรวยเงินทองและอยู่เย็นเป็นสุข”

“แก้วกาบ” หมายถึงแก้วที่มีแร่หรือแก้วประกอบอยู่ข้างใน ลักษณะเป็นแผ่นบางๆ 
หากมีสีทองหรือน้ำตาล เรียกว่า “กาบทอง” สีออกขุ่นๆ เรียกว่า “กาบเงิน” แต่บางครั้งก็พบแก้วกาบที่ไม่มีสี เป็นแบบใสๆ ด้วย

กล่าวว่า แก้วกาบให้คุณในทางหน้าที่การงาน ความสำเร็จในการเงิน และการมีคุณภาพชีวิตที่ดี สงบร่มเย็น

และ สุดยอดแก้วในตำนาน : แก้วมหาสักรชาติรัศมีใน

จัดว่าเป็นแก้วในตำนานอย่างแท้จริงค่ะ ด้วยมีปรากฏในหนังสือคู่มือแก้วโป่งข่าม ฉบับเก่าแก่ และเป็นแก้วหายากถึงหายากที่สุด เรียกได้ว่า ไม่ง่ายที่จะได้พบ ได้เป็นเจ้าของค่ะ

ตำรากล่าวไว้ว่า

“เป๊ก (แก้ว) ลูกใด มีอันขาวก็ดี แดงก็ดี หรือเขียวรัศมีใน แก้วลูกนั้นชื่อว่า มหาสักรชาติ

ว่าด้วย “รัศมีใน” หมายถึงประกายอันระยิบระยับปรากฏอยู่ในแก้ว ซึ่งไม่อาจจะพบในแก้วอัญมณีชนิดอื่นใดได้ นอกจากแก้วผลิกกะชาติ เช่นที่บ่อแก้วโป่งข่ามนี้

แก้วมหาสักรชาติรัศมีในนี้ มีคาถาบูชาเป็นของตัวเอง และในสมัยโบราณมีกฎประเพณีว่าด้วยแก้วรัศมีในโดยเฉพาะทีเดียวค่ะ